บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ห่างแค่ 1 ช่วงแขน! หนุ่มวิศวะเล่าละเอียด สาวตกรางแอร์พอร์ตลิงก์ดับ ไฉนไม่มีใครลงไปช่วย?

พนักงานบริษัทวิศวกรคอมพิวเตอร์ หนุ่มวัย 35 ปี เล่านาทีระทึก สาวตกรางแอร์พอร์ตลิงก์ดับ เผยบันไดเลื่อนกับลิฟต์เสีย เดินขึ้นประหนึ่งตึก 3 ชั้น หนุ่มวิศวะบอกห่างผู้ตายแค่ 1 ช่วงแขน พบผู้ตายสวย ขาว ตัวเล็ก ไม่ได้ร้องไห้ ดูเหมือนคนไปทำงานปกติ...

นายศุภชัย (ไม่ประสงค์เปิดเผยนามสกุล) พนักงานบริษัทวิศวกรคอมพิวเตอร์ วัย 35 ปี ผู้โดยสารที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าถึงวินาทีระทึกหญิงตกลงไปในรางรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์เสียชีวิตให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า เมื่อเช้าตนไปใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีบ้านทับช้างตามปกติ แต่เมื่อเดินไปทางถึงสถานีก็พบว่า บันไดเลื่อนและลิฟต์ของสถานีเกิดเหตุขัดข้อง เพราะฉะนั้น ผู้โดยสารจะต้องเดินขึ้นไปรอรถบนสถานีด้วยตนเอง เปรียบเทียบได้กับการเดินขึ้นอาคาร 3 ชั้น และนี่คือสิ่งที่สร้างความหงุดหงิดเรื่องที่ 1

ส่วนความหงุดหงิดเรื่องที่ 2 คือ ตนพลาดรถขบวนก่อนหน้าไปไม่เกิน 30 วินาที เพราะเมื่อเดินขึ้นไปบนชานชาลาก็ยังเห็นรถขบวนก่อนหน้าอยู่ไม่ไกล และเมื่อตนพลาดรถขบวนดังกล่าวไป ตนจึงเป็นผู้โดยสารคนแรกที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด หลังเส้นเหลือง

“ในจังหวะที่ผมรอรถ ผมก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ทางซ้ายมือของผม เธอเดินขึ้นบันไดขึ้นมาเหมือนกันกับผม เรายืนห่างกันประมาณ 1 ช่วงแขน และเธอก็ยืนอยู่คนแรกของแถวเช่นกัน เธอใส่ชุดเดรสลายขาวดำ แต่งหน้าแต่งตาจัดเต็ม ถือว่าสวยทีเดียว สะพายกระเป๋าปกติ ผมดูไม่ออกเลยว่า ชุดเดรสที่เธอใส่เป็นชุดคลุมท้อง เพราะดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว นายศุภชัย กล่าว

“ณ ขณะนั้น โทรศัพท์ผมไม่ได้ใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต ผมจึงไม่ได้ก้มหน้า และมีโอกาสได้มองสิ่งรอบตัวอยู่ตลอด ผมจึงสังเกตเห็นว่า สาวสวยชุดเดรสลายขาวดำที่ห่างจากผมไม่มาก เธอหยุดๆ เล่นๆ โทรศัพท์เหมือนกับพฤติกรรมของคนทั่วไป แต่ความหงุดหงิดครั้งที่ 3 ก็เกิดขึ้น เพราะเวลาผ่านไปราวๆ 15 นาทีแล้ว แต่ขบวนรถไฟยังไม่มาเสียที นายศุภชัย กล่าว

จากนั้น ก็มีประกาศจากทางสถานีว่า ขบวนรถไฟจะดีเลย์ เนื่องจากมีเหตุขัดข้อง ซึ่งผู้โดยสารในบริเวณนั้น ก็เริ่มจะมีท่าทีหงุดหงิดกันบ้างแล้ว แต่ถัดมาไม่เกิน 5 นาที ประกาศจากทางสถานีก็ดังขึ้นอีกครั้งว่า ขอให้ผู้โดยสารอยู่ในความสงบเรียบร้อย ขบวนรถไฟกำลังจะมาแล้ว

“แต่ก่อนที่รถจะมาถึงประมาณ 20 เมตร จู่ๆ ก็มีเสียงกรี๊ดดังลั่นขึ้นมา ซึ่งภาพที่ผมเห็นตรงหน้าคือ สาวสวยชุดเดรสลายขาวดำข้างๆ ผม เธอวิ่งเลยเส้นสีเหลืองออกไป พร้อมกับสปริงตัวออกไปด้านหน้า จากนั้น ตัวเธอก็กระแทกลงกับรางรถไฟ ช่วงไหล่เธอคาอยู่บนราง ผมไม่รู้ว่า เขาน็อกไปหรือเปล่า แต่ผมไม่เห็นเขาขยับตัวใดๆ ทั้งสิ้น นายศุภชัย กล่าว

“ทุกอย่างมันเร็วมาก นาทีนั้น ผมตัดสินใจจะลงไปช่วย แต่เมื่อมองออกไปด้านหน้า รถไฟใกล้จะถึงเต็มทีแล้ว ซึ่งคนเราหากคิดจะช่วยก็ต้องมีระยะปลอดภัยเอาไว้ด้วย แต่ดูแล้วโอกาสที่จะช่วยแบกร่างเธอขึ้นมาให้ทัน มีน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย แต่ดูเหมือนว่าขบวนรถไฟจะเบรกมาก่อน เพราะขบวนรถไม่ตรงกับช่องที่คนยืนรอ แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นได้จากเธอก็คือ เธอมีท่าทีราบเรียบ ไม่ดูวิตกกังวล ไม่มีการร้องไห้ ไม่มีคราบน้ำตา ไม่กระสับกระส่าย เธอดูเหมือนคนปกติที่กำลังจะไปทำงาน หน้าตาเธอก็ดี จัดมาเต็ม สวย ขาวและตัวเล็ก” นายศุภชัย กล่าว

“ในช่วงที่รถไฟใกล้จะทับร่างเธอ บางคนพยายามโบกมือออกไปให้รถช่วยเบรก หลายคนในบริเวณนั้น ก้าวถอยหลังพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ซึ่ง ณ เวลานั้น ผมไม่เห็นใครพยายามที่จะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปแม้แต่คนเดียว เพราะอารมณ์ของทุกคนในเวลานั้น คงจะคล้ายๆ กันคือ ช็อก สลด และทุกอย่างมันเร็วมาก ถ้าจะถ่ายได้ทันคือ คนที่เปิดโหมดกล้องเอาไว้อยู่แล้ว ดังนั้น วันนี้จึงไม่เห็นภาพเหตุการณ์ใดๆ ในโลกโซเชียล แม้จะมีผู้คนอยู่ในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศตรงนั้น คือ หดหู่มากๆ ผู้หญิงหลายคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน หันมากอดกันแล้วร้องไห้ เพราะทุกคนคงไม่คิดหรอกครับว่า จะเกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย บอกเล่าต่อไปอีกว่า เหตุการณ์ที่ตนเจอมาในวันนี้ ถือเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ ติดตา และหดหู่ค่อนข้างมาก ซึ่งกว่าที่ตนจะกินข้าวได้ กว่าที่จะเรียกสติของตัวเองกลับมาได้ ก็กินเวลาไปครึ่งวันแล้ว ตนจึงตัดสินใจลางานกับหัวหน้า ซึ่งหัวหน้าก็อนุญาต พร้อมกับแนะนำให้ไปทำบุญ.